คนส่วนใหญ่มักจะยอมรับเรื่องกรรม ก็ต่อเมื่อได้พบปัญหาและพยายามแก้ไขโดยวิธีต่างๆจนกระทั่งหมดหนทางแก้ จึงยอมจำนนว่าที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะเป็นวิบากกรรม แต่ก็เป็นการพูดไปอย่างคาดคะเนเอาว่าอาจจะเป็นเพราะเมื่อชาติที่แล้วคงเคยทำกรรมเอาไว้จึงทำให้ต้องมารับกรรมในชาตินี้ คือว่าแม้กระทั่งจนมุมแล้วยังเชื่อเรื่องกรรมเพียงแค่ว่า " อาจจะ " เท่านั้นเอง ไม่ได้ปลงใจเชื่อทั้งหมด เพียงแค่หาเหตุผลมาอธิบายไม่ได้
คนที่จะปลงใจเชื่อเรื่องกรรมและวิบากกรรมได้อย่างสุดใจนั้น ต้องเป็นคนที่เชื่อเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดด้วย เพราะการอธิบายเรื่องกรรมและผลของกรรมนั้นบางทีมันไม่ได้เห็นผลกันเพียงแค่ในชาตินี้เท่านั้น แต่มันรอส่งผลกันข้ามภพข้ามชาติเลยทีเดียว คนที่ไม่เขื่อเรื่องชาติภพก็มักจะไม่เชื่อเรื่องกรรมด้วย เพราะในชีวิตประจำวันในบ้านเราก็จะเห็นคนชั่วได้ดีอยู่เกลื่อนกลาดในสังคม ส่วนคนดีๆกลับตกระกำลำบากมีถมไป
หากจะเล่าเรื่องกรรมโดยหลีกเลี่ยงไม่พูดถึงภพชาติหรือการเวียนว่ายตายเกิดก็คงไม่ได้ แต่ว่าสำหรับผู้เขียนสามารถบรรยายเรื่องภพชาติได้แต่เฉพาะส่วนภูมิมนุษย์ และอบายภูมิ เช่นภูมินรก หรือพวกผีเร่ร่อนต่างๆ ได้เท่านั้นเนื่องจากยังไม่เคยมีประสบการณ์ได้พบกับภูมิที่สูงกว่านี้
หากท่านใดเคยนั่งสมาธิและเคยจิตสงบ ก็คงพอจะเข้าใจได้ว่า กายกับใจนั้นเป็นคนละส่วนกัน แต่ที่เรารู้สึกว่ามันเป็นอันเดียวกันก็เพราะเรายังมีความยึดมั่นถือมั่นอยู่ จึงผูกพันกายกับใจไว้เป็นอันเดียวกัน แต่พอได้ปฏิบัติสมาธิจิตสงบ ก็จะเห็นว่ามันแยกส่วนกันอยู่ เมื่อเราตายไป ร่างกายก็จะเน่าเปื่อยผุพัง หรือถูกเผาใหม้เป็นฝ่นเถ้าไปหมด ไม่เหลือสภาพของเรา แต่ส่วนที่เป็นจิตนั้น ไม่ได้ถูกเผาไปด้วย แล้วจิตนั้นจะไปใหนล่ะ
จิตนั้นก็ต้องไปหาที่อยู่ใหม่ ตามเวรตามกรรมที่ตัวเองได้เคยทำมา จิตนั้นมันสะสมทุกกรรมที่เคยทำมาทั้งที่เป็นความดี ความชั่ว หรือไม่ดีไม่ชั่ว กรรมบางอย่างถูกสะสมไว้เพื่อรอส่งผลเมื่อถึงเวลาของมัน กรรมบางอย่างถูกสะสมกลายเป็นอุปนิสัยหรือสันดาน กลายเป็นพลังงานที่รอไว้เพื่อเป็นปัจจัยให้สร้างกรรมใหม่ต่อไป
ทุกครั้งที่เกิดการตายก็จะมีการเกิด และภพภูมิที่จะไปเกิดนั้นก็มีทั้งภพที่มี ทั้งกายและใจเช่น ภพมนุษย์และสัตว์เดรัจฉาน ส่วนอีภพกผ้คือเป็นโอปาติกะคือไม่มีกายหยาบแต่มีใจ เช่น ภูมินรก เทวดา พรหม ส่วนผีนั้นก็คือภพในอบายภูมิที่มีแต่ใจไม่มีกายเช่นเดียวกัน
คนเมื่อตายไปแล้ว โอกาสที่จะได้ไปเกิดเป็นคนอีกนั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะวิญญาณที่จะเกิดเป็นคนได้นั้น ต้องเป็นผู้มีศีล 5 เป็นอย่างน้อย จากตอนที่แล้วก็คงจะทราบว่าการรักษาศีล 5 นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เมื่อเกิดเป็นคนนั้นมักจะหลงภพหลงภูมิของตัวเอง คิดว่าตัวเองจะเกิดเป็นคนอยู่ร่ำไป แต่ถ้าหากเราลองมองย้อนหลังอดีตของตัวเองดูสิ เอาเฉพาะกรรมที่เราจำได้ จะพบว่ากรรมที่ได้สร้างไว้นั้นมีหลายอย่างที่เรารู้ว่าคงต้องไปชดใช้กรรมในอบายภูมิแน่นอน
น้อยที่อาศัยอยู่ในร่างของน้องสุรีย์ ได้เล่าให้ฟังว่า เมื่อครั้งที่มีชีวิตอยู่ เป็นลูกคนเดียว เป็นคนสวยมาก เคยได้รัฃางวัลชนะเลิศการประกวดสาวงามประจำจังหวัด เคยเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับเครื่องสำอางยี่ห้อดัง น้อยเป็นลูกคนเดียวของครอบครัวชาวนา เกิดมายากจนแต่น้อยก็เป็นคนที่ขยันขันแข็ง ทำไร่ ทำนา อีกทั้งยังเป็นแม่บ้านแม่เรือน ทำอาหารเก่งและชอบงานฝีมือเย็บปักถักร้อย เป็นคนที่ใจเย็นและไม่ค่อยพูด
น้อยเป็นคนที่มีกรรมติดตัวมาอยู่อย่างคือ ทุกครั้งที่เข้าวัดจะเกิดอาการเลือดกำเดาไหลออกมา แต่พอออกนอกวัดเลือดกำเดาก็หยุด ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกมาก นอกจากนี้ น้อยยังเป็นคนที่เจ็บป่วยอยู่เสมอ ทำให้เป็นคนที่ต้องระวังเรื่องอาหารการกินมาก และนิสัยการระวังเรื่องการกินก็ยังติดมาจนถึงตอนเป็นสัมภเวสี เวลาที่พาน้อยไปทานอาหารถ้าเป็นอาหารที่น้อยไม่รู้จักน้อยจะไม่กิน โดยให้เหตุผลว่ากลัวว่ากินเข้าไปแล้วจะทำให้ป่วย นี่ขนาดเป็นผีก็ยังติดนิสัยนี้อยู่เลย
น้อยเป็นลูกกตัญญู ดูแลพ่อแม่อย่างดี แม้ว่าพ่อของน้อยจะเป็นคนขี้เมาและคิดทำนองไม่ดีกับน้อย แต่น้อยก็ไม่ได้โกรธและเพียงแต่คอยระวังตัวไม่ให้พ่อมาข่มเหงได้ เมื่อน้อยแต่งงานก็มีฐานะที่ดีขึ้น น้อยก็ ไม่เคยขาดที่จะนำเงินไปส่งให้พ่อของตนอยู่เสมอ
น้อยพยายามที่จะรักษาไว้ซึ่งความกตัญญูต่อบุพพการีมาตลอด แต่เมื่อตนเองล้มป่วยลงก็ไม่สามารถนำเงินไปส่งให้พ่อได้ ทำให้พ่อซึ่งเป็นขี้เมานั้นโกรธมาก และมาหาน้อยที่กำลังนอนป่วยอยู่ แทนที่จะเป็นห่วงลูก กลับด่าทออย่างรุนแรง ว่า "ให้มึงตายไปซะ ถ้ามึงตายเมื่อไหร่ กูจะไม่มาเผาผีมึงแน่นอน" การกระทำของพ่อในครั้งนั้นทำให้น้อยต้องก่อกรรมหนักในบั้นปลายชีวิตของตน นร้อยได้ตะโกนด่าพ่อด้วยความคับแค้นใจอย่างที่สุดว่า "เกิดชาติใหนๆ ขออย่าได้มาเกิดเป็นพ่อลูกกันอีก ถ้าหากกูลุกขึ้นได้กูจะแทงคอมึงให้ตายเดี๋ยวนี้เลย" แล้วน้อยก็กระอักเลือดตาย
ในชีวิตของน้อย ต้องถือได้ว่าเป็นคนดี เป็นลูกกตัญญูขยันขันแข็ง แต่น้อยก็มีบาปกรรมที่ต้องชดใช้ในหลายเรื่อง เช่น การที่น้อยเป็นลูกคนยากคนจนทำให้ต้องฆ่าสัตว์ตัดชีวิตเป็นประจำ เพื่อมาทำอาหารเลี้ยงชีพ นอกจากนั้นความยากจนทำให้น้อยเป็นคนประหยัดจนเข้าขั้นตระหนี่ ทุกครั้งที่น้อยไปทำบุญมักจะมีความเสียดายในวัตถุทานที่ตนเองบริจาคไป บางครั้งสามีฝากเงินไว้ทำบุญก็จะทำแค่ครึ่งเดียวอีกครึ่งหนึ่งก็เก็บไว้ใช้เพราะเสียดายเงิน
และกรรมที่หนักที่สุดก็คือ น้อยได้พลั้งเผลอด่าทอพ่อบังเกิดเกล้าของตนเองด้วยความโกรธอย่างสุดขีด และเป็นการทำบาปในช่วงวาระสุดท้ายของตนเองไม่มีโอกาสได้แก้ตัว วาระจิตสุดท้ายของน้อยเต็มไปด้วยความโกรธ ความเศร้าหมอง
เมื่อวิญญาณออกจากร่างแทนที่จะได้ไปเสวยบุญ กลับต้องมาเร่ร่อนเป็นสัมภเวสี หิวโหย เสื้อผ้าขาดวิ่น รองเท้าที่มีเพียงคู่เดียวก็ถูกผีตัวอื่นแย่งเอาไป เร่ร่อนไปจนกระทั่งไปเจอผีที่มี่ชื่อบุญ ได้ชวนให้มาอยู่ในกลุ่มผีกลุ่มเดียวกันกับที่สุรีย์ถูกเรียกจิตให้มาเรียนที่ป่าช้า โดยมีหัวหน้าผีอยู่ตัวหนึ่ง ซึ่งน้อยบอกว่ามันให้เรียกว่าท่านเจ้าคุณ ผีตัวนี้ได้บังคับให้น้อยกับผีตัวอื่นๆ มาควบคุมจิต มาสิงร่างของสุรีย์ไว้ น้อยจำเป็นต้องทำตาม ถ้าไม่เช่นนั้นจะถูกเฆี่ยน
ชีวิตเมื่อตอนเป็นสัมภเวสีนั้นมีความทุกข์ยากหิวโหย ไม่มีวันพักวันจาง หลายท่านอาจจะเข้าใจว่าเป็นผีนั้นมีอิสระภาพ ไปใหนมาใหนได้ แต่น้อยบอกว่า ชีวิตของผีนั้น เป็นชีวิตที่เต็มไปด้วยความหิวโหย มีอันตรายรอบด้าน สังคมของผี เป็นสังคมที่ไม่มีกรอบของระเบียบกฏหมาย ไม่มีใครคุ้มครองใครได้ วิบากกรรมสามารถกระทำได้ในหลายลักษณะ เช่น การถูกข่มเหงรังแกโดยผีตัวอื่น การก่อบาปเพิ่มขึ้นเพราะไม่มีอะไรมาคอยบังคับจึงทำทุกอย่างตามอำเภอใจของตน ผิวหนังเน่าเปื่อยน้ำเหลืองไหลเยิ้ม ปวดแสบปวดร้อนทรมาน อันเป็นผลมาจากกรรมที่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
น้อยไม่มีเสื้อผ้าเปลี่ยน เมื่อใช้ไปนานๆก็ขาดวิ่น ไม่มีรองเท้าใส่ เวลาเดินในป่าก็จะเหยียบหนามจนเท้าทะลุ ไม่มีบ้านอยู่ต้องเร่ร่อนไปอาศัยอยู่ตามต้นไม้ ถ้าถูกแดดร่างกายก็จะร้อนเหมือนถูกเผา ดังนั้นในตอนกลางวันจึงต้องหลบแดดใต้ร่มไม้
ทุกปีของเดือนสิบ ในโลกมนุษย์จะมีการทำบุญเดือนสิบ เป็นบุญทานที่ทำให้แก้สัมภเวสี น้อยก็ออกมารับส่วนบุญ มีอาหารมากมาย น้อยได้เก็บห่อใส่ผ้ามาหวังว่าจะเอาไว้กินได้หลายๆวัน แต่พอเปิดออกมาดูกลับไม่มีอะไร ทั้งนี้ก็เพราะเมื่อตอนมีชีวิตอยู่เป็นคนตระหนี่และเสียดายทานของตน ทำให้บุญทานนั้นกลายเป็นโมฆะไป
มีผีอีกตัวหนึ่งที่อยู่ในร่างของสุรีย์ชื่อสุ
สุ เป็นผีที่บุญเรียกว่ายายเฒ่า เป็นผีที่เก็บตัว ไม่ออกมาแสดงตนให้เห็นเลย และไม่สุงสิงกับผีตัวอื่นๆ ผู้เขียนได้สังเกตุ
